องค์กรส่วนใหญ่ต้องดูแลทั้งระบบ IT แอปพลิเคชัน ข้อมูลสำคัญต่างๆ และบัญชีผู้ใช้งาน (User) ในองค์กรที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ดูแลระบบหรือบุคลากรที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและเข้าถึงระบบสำคัญ สิทธิ์การเข้าถึงเหล่านี้จำเป็นต่อการบริหารจัดการระบบ หากไม่มีการควบคุมที่รัดกุม อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม หรือเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญได้ ซึ่ง PAM เข้ามาช่วยควบคุมการใช้งานบัญชีพร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบและข้อมูลสำคัญขององค์กร
Table of Contents
Privileged Access Management คืออะไร?
PAM หรือ Privileged Access Management คือ โซลูชันการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ช่วยควบคุม ติดตาม และป้องกันการใช้งานบัญชีที่มีสิทธิ์ระดับสูง ได้แก่ แอดมิน และผู้ดูแลระบบเครือข่าย บัญชีเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงระบบได้แทบทุกส่วนขององค์กร โดย PAM จะทำหน้าที่จัดเก็บรหัสผ่านอย่างปลอดภัย บังคับเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติ และบันทึกทุกการเข้าถึงเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล
ทำไมบัญชีสิทธิ์สูงถึงมีความเสี่ยง?
เนื่องจาก บัญชีสิทธิ์สูง (Privileged Account) หมายถึง บัญชีที่สามารถเข้าไปจัดการระบบหลังบ้านทั้งหมด ซึ่งได้แก่ Admin, Root หรือ Service Account บัญชีเหล่านี้เปรียบเสมือนกุญแจหลักที่สามารถเข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญขององค์กร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเพราะหากถูกโจมตี อาจนำไปสู่การขโมยข้อมูล Malware หรือทำให้ระบบหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งด้านการดำเนินงาน และความน่าเชื่อถือขององค์กร
หากคุณไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณมี สัญญาณว่าถึงเวลาที่ควรเริ่มนำ PAM มาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการจัดการบัญชีสิทธิ์สูงแล้วหรือไม่ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 5 สัญญาณว่าองค์กรของคุณควรเริ่มทำ PAM อย่างจริงจัง
และในบทความนี้ เราจะพาไปดู 3 ฟีเจอร์หลักของ PAM ที่ช่วยให้องค์กรปกป้องบัญชีสิทธิ์สูงและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3 ฟีเจอร์หลักของ PAM ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร
Privileged Access Management (PAM) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและปกป้องบัญชีสิทธิ์สูง โดยมีฟีเจอร์ที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ แม้โซลูชัน PAM จะมีฟีเจอร์หลากหลาย แต่ PAM ส่วนใหญ่ จะมี 3 ฟีเจอร์หลัก ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้องค์กร มีดังนี้
ฟีเจอร์ที่ 1 Credential Vaulting
Credential Vaulting คือ การจัดเก็บรหัสผ่านของบัญชีสิทธิ์สูงไว้ในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำคัญที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมรองรับการหมุนเวียนรหัสผ่านอัตโนมัติ ระบบจะเปลี่ยนรหัสผ่านตามนโยบายที่ตั้งไว้ เช่น กำหนดให้รหัสถูกเปลี่ยน ทุก 30 วัน หรือเปลี่ยนทันทีหลังใช้งานเสร็จเพื่อป้องกันการนำรหัสผ่านไปใช้ซ้ำหรือการเปิดเผยรหัสผ่านแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยผู้ใช้ไม่รู้รหัสจริง นอกจากนี้ มีการซ่อนรหัสผ่าน (Password Masking) เมื่อแอดมิน ต้องการรีโมทเข้าทำงาน ระบบ PAM จะเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติผ่านทางหน้าเว็บหรือโปรแกรมเฉพาะ โดยไม่เปิดเผยตัวรหัสผ่านให้ผู้ใช้งานเห็น ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่เป็นตู้นิรภัย ที่คอยเก็บรหัสผ่านและคีย์เข้ารหัสของบัญชีสิทธิ์สูงทั้งหมดไว้ในที่ปลอดภัย
ตัวอย่างสถานการณ์
บริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงาน 10 คน ที่ใช้รหัสผ่าน Admin ร่วมกัน เมื่อพนักงานคนหนึ่งลาออก ฟีเจอร์ Credential Vaulting จะทำให้รหัสผ่านจะถูกเปลี่ยนอัตโนมัติหลังทุกการใช้งาน และอดีตพนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงระบบได้
ฟีเจอร์ที่ 2 Session Recording & Monitoring
Session Recording & Monitoring เป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ PAM จะทำหน้าที่เป็นเหมือน กล้องวงจรปิด ช่วยบันทึกและตรวจสอบกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานบัญชีสิทธิ์สูง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่ระบบ การรันคำสั่ง การแก้ไขไฟล์ หรือการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ โดยระบบจะบันทึกข้อมูลแบบละเอียดเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ระบบสามารถแจ้งเตือนแบบ Real-time เมื่อตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติ และสามารถระงับ Session นั้นได้ทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ ฟีเจอร์นี้ช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งานบัญชีสิทธิ์สูง ลดความเสี่ยงจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสม และช่วยให้องค์กรสามารถติดตามสาเหตุของปัญหาหรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างสถานการณ์
หากมีพนักงานเข้าไปแก้ไขการตั้งค่าของ Server ที่สำคัญ ฟีเจอร์ Session Recording & Monitoring จะบันทึกทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน Session ไว้ทั้งหมด ระบบตรวจพบความผิดปกติและแจ้งเตือนทันที พร้อมมีหลักฐานการกระทำทุกขั้นตอนที่สามารถนำไปใช้ดำเนินการทางกฎหมาย
ฟีเจอร์ที่ 3 Just-In-Time Access
Just-In-Time Access คือ ฟีเจอร์ที่มอบสิทธิ์การเข้าถึงระบบเฉพาะเมื่อจำเป็น และในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น แทนที่จะให้สิทธิ์ถาวรตลอดเวลา เมื่อหมดเวลาที่กำหนด สิทธิ์ดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ฟีเจอร์นี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการมีบัญชีที่ได้รับสิทธิ์สูง อยู่ในระบบเป็นเวลานาน โดยทั่วไปกระบวนการทำงานจะเริ่มจากผู้ใช้ยื่นคำขอสิทธิ์เข้าถึงพร้อมระบุเหตุผลและระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นผู้มีอำนาจอนุมัติจะตรวจสอบและอนุญาต ระบบจึงเปิดสิทธิ์ให้ชั่วคราวตามที่ขอ และยังป้องกันปัญหาผู้ใช้ที่ยังคงได้รับสิทธิ์ระดับสูงโดยไม่จำเป็น
ตัวอย่างสถานการณ์
หากมีพนักงานต้องเข้าถึงฐานข้อมูลสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ฟีเจอร์ Just-In-Time Access จะสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเป็นเวลา 1 ชั่วโมงตามที่กำหนด หลังจากดำเนินงานเสร็จหรือครบกำหนดเวลา สิทธิ์ดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่เกิดบัญชีที่มีสิทธิ์สูงค้างอยู่ในระบบโดยไม่จำเป็น
PAM ช่วยองค์กรได้อย่างไร?
การนำ PAM มาใช้งานจะช่วยให้องค์กรบริหารจัดการบัญชีสิทธิ์สูงได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การจัดเก็บข้อมูลรับรองอย่างปลอดภัย ไปจนถึงการตรวจสอบการใช้งานย้อนหลัง และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบไอที โดยมีประโยชน์จาก PAM ที่สำคัญสามารถช่วยองค์กรได้ดังนี้
ช่วยควบคุมและปกป้องบัญชีสิทธิ์สูงได้
PAM ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีระดับ Privileged ได้อย่างเหมาะสมตามหน้าที่ของผู้ใช้งาน พร้อมป้องกันโดยการจัดเก็บข้อมูลรับรองไว้ในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูง ช่วยลดปัญหาการแชร์บัญชีผู้ดูแลระบบ และลดโอกาสที่บัญชีสำคัญจะถูกนำไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต
สามารถลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
PAM รองรับการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และสามารถกำหนดระยะเวลาการใช้งานได้ เมื่อหมดเวลาที่กำหนด สิทธิ์จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากบัญชีที่มีสิทธิ์สูงค้างอยู่ในระบบ และลดโอกาสที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องจะเข้าถึงข้อมูลหรือระบบสำคัญ
ช่วยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญภายในองค์กร
PAM สามารถการจัดเก็บรหัสผ่านและข้อมูลรับรองไว้ในระบบที่มีความปลอดภัย พร้อมการเปลี่ยนรหัสผ่านอัตโนมัติตามนโยบาย ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยรหัสผ่าน การใช้รหัสผ่านซ้ำ และการนำข้อมูลสำคัญไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
สามารถเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้งานทุกครั้ง
PAM สามารถบันทึกและติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานบัญชีสิทธิ์สูง เช่น การเข้าสู่ระบบ การรันคำสั่ง หรือการแก้ไขข้อมูล เป็นต้น ทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างละเอียด ช่วยให้การวิเคราะห์สถานการณ์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติได้
สามารถลดผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และข้อผิดพลาดจากการใช้งานภายในองค์กร
เมื่อองค์กรสามารถควบคุมการเข้าถึง ตรวจสอบการใช้งาน และกำหนดสิทธิ์ได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ รวมถึงลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการใช้งานของบุคลากร ส่งผลให้ระบบและข้อมูลสำคัญมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
PAM ช่วยให้องค์กรควบคุมการใช้งานบัญชีสิทธิ์สูงได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบและข้อมูลสำคัญขององค์กร
ทำไมต้องเลือก PAM จาก BMSP?
การเลือกใช้ระบบ PAM ไม่ใช่แค่การติดตั้งซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนและออกแบบระบบโดยผู้เชี่ยวชาญให้เหมาะกับการทำงานของแต่ละองค์กร หากองค์กรของคุณยังมีการแชร์รหัสผ่านผู้ดูแลระบบ ใช้บัญชีสิทธิ์สูงร่วมกันหลายคน หรือไม่สามารถตรวจสอบการใช้งานย้อนหลังได้อย่างชัดเจน ยังไม่มีการจัดเก็บรหัสผ่านอย่างปลอดภัยหรือวิธีการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามความจำเป็น และยังไม่มีการบันทึกการใช้งานเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ด้วยประสบการณ์ด้าน Cybersecurity BMSP ส่งมอบโซลูชันจากแบรนด์ชั้นนำ และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างยาวนานจาก BMSP พร้อมรับฟังความต้องการ ช่วยออกแบบ และติดตั้งโซลูชัน Privileged Access Management (PAM) ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบไอทีให้เหมาะสมกับในองค์กรของคุณ
ติดต่อ BMSP เพื่อรับคำปรึกษาและค้นหาโซลูชัน PAM ที่เหมาะกับองค์กรของคุณ


