เมื่อระบบล่ม ธุรกิจเสียอะไรบ้าง และควรรับมืออย่างไร?

ทุกนาทีที่ระบบล่ม อาจหมายถึงรายได้และความเชื่อมั่นที่ค่อย ๆ หายไปจากธุรกิจ แม้ระบบจะหยุดทำงานเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถส่งผลกระทบได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมที่ไม่สำเร็จ ลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าใช้งานระบบ หรือกระบวนการทำงานภายในที่ต้องขาดความต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบชำระเงิน ระบบขาย หรือระบบการผลิต การหยุดทำงานเพียงหนึ่งชั่วโมงอาจสร้างความเสียหายมากกว่าที่คิด และหากสาเหตุเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ ผลกระทบอาจไม่ได้จบลงเพียงแค่ Downtime แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงหรือขโมยข้อมูลสำคัญอีกด้วย

Table of Contents

เมื่อระบบล่ม ธุรกิจเสียอะไรบ้าง?

ความเสียหายจากระบบล่มไม่ได้มีเพียงการที่ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ แต่สามารถกระทบธุรกิจได้หลายด้าน เช่น

รายได้และโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสีย

ธุรกรรมที่ไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วง Downtime อาจกลายเป็นยอดขายที่หายไป โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้บริการหรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก

ต้นทุนจากการหยุดทำงานของพนักงานและกระบวนการธุรกิจ

หากระบบสำคัญไม่สามารถใช้งานได้ พนักงานอาจไม่สามารถทำงานตามปกติ กระบวนการผลิตหรือการให้บริการต้องหยุดชะงัก และอาจเกิดความล่าช้าในการส่งมอบงานให้ลูกค้า

ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและกู้คืนระบบ

องค์กรอาจต้องใช้ทีม IT, Cybersecurity หรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาตรวจสอบและกู้คืนระบบ รวมถึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการทำงานนอกเวลา การกู้คืนข้อมูล และการตรวจสอบเหตุการณ์

ค่าใช้จ่ายและความเสียหายทางธุรกิจอื่น ๆ

เช่น ค่าชดเชยตาม SLA ค่าโฆษณาที่สูญเปล่าระหว่างที่ระบบไม่สามารถให้บริการได้ รวมถึงลูกค้าที่อาจเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่ง

ความเสียหายจาก Cyberattack

หาก Downtime เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ องค์กรอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้าน Incident Response, Digital Forensics การกู้คืนข้อมูล กฎหมาย และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของลูกค้า

ความเสียหายจากระบบล่มคำนวณได้อย่างไร?

ไม่มีตัวเลขตายตัวว่าระบบล่มจะสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจเท่าใด เนื่องจากต้นทุนขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของแต่ละองค์กร อย่างไรก็ตาม สามารถประเมินความเสียหายเบื้องต้นได้จาก

รายได้ที่สูญเสียในช่วง Downtime + ค่าแรงของพนักงานที่ไม่สามารถทำงานได้ + ค่าโฆษณาที่สูญเปล่า + ค่าชดเชย SLA + ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนและตรวจสอบระบบ + ความเสียหายจากลูกค้าที่เลิกใช้บริการ

หมายเหตุ: รายการดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับการประเมินเบื้องต้น มูลค่าความเสียหายจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทของธุรกิจ ระบบที่ได้รับผลกระทบ ระยะเวลาที่ระบบหยุดทำงาน และวิธีการประเมินของแต่ละองค์กร

ตัวอย่างเช่น หากระบบขายออนไลน์สร้างรายได้เฉลี่ย 100,000 บาทต่อชั่วโมง การที่ระบบไม่สามารถให้บริการได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง อาจหมายถึงรายได้ที่มีความเสี่ยงสูญเสียถึง 100,000 บาท และยังไม่รวมค่าโฆษณาที่กำลังทำงานอยู่ ค่าแรงของทีมที่ต้องเข้ามาแก้ไข ต้นทุนในการกู้คืนระบบ หรือผลกระทบจากลูกค้าที่ตัดสินใจไปซื้อสินค้าจากคู่แข่ง

ตัวอย่างเหตุการณ์จริง – ระบบล่มจากปัญหาทางเทคนิคและ Cyberattack

สาเหตุของ Downtime อาจเกิดได้ทั้งจากปัญหาทางเทคนิค เช่น Hardware หรือ Software Failure, Configuration Error, ระบบของ Third-party ขัดข้อง ไปจนถึงเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity เช่น DDoS, Ransomware หรือการบุกรุกระบบ ดังนั้น แนวทางรับมือจึงต้องเริ่มจากการหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อน

Delta Air Lines

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2024 การอัปเดตซอฟต์แวร์ของ CrowdStrike ที่มีข้อผิดพลาดส่งผลให้ระบบ Windows จำนวนมากทั่วโลกหยุดทำงาน โดย CrowdStrike ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดจาก Cyberattack แต่เป็นปัญหาจากการอัปเดตซอฟต์แวร์

หนึ่งในองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ Delta Air Lines ซึ่งระบุว่าต้องยกเลิกเที่ยวบินประมาณ 7,000 เที่ยวภายใน 5 วัน กระทบผู้โดยสารประมาณ 1.4 ล้านคน บริษัทประเมินผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ประมาณ 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มเติมประมาณ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการชดเชยลูกค้า ค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและการกู้คืนการดำเนินงาน

MGM Resorts

ในเดือนกันยายน 2023 MGM Resorts ตรวจพบเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity ในระบบบางส่วนของบริษัท และตัดสินใจปิดระบบบางระบบเพื่อจำกัดความเสี่ยง ส่งผลให้บริการภายในโรงแรมและระบบที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าบางส่วนขาดความต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการจองผ่านเว็บไซต์และ Mobile Application ที่ได้รับผลกระทบ

MGM ประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบด้านลบต่อ Adjusted Property EBITDAR ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐและมีค่าใช้จ่ายเฉพาะกิจจากเหตุการณ์อีกไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงค่าที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญภายนอก

นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยภายหลังว่าผู้โจมตีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าบางส่วน เช่น ชื่อ ข้อมูลติดต่อ วันเกิด และหมายเลขใบขับขี่ ขณะที่ลูกค้าจำนวนจำกัดได้รับผลกระทบถึงข้อมูล Social Security Number และหมายเลขหนังสือเดินทางด้วย

กรณีของ MGM จึงเป็นตัวอย่างว่า Cyberattack หนึ่งครั้งสามารถสร้างผลกระทบพร้อมกันทั้ง Downtime, ค่าใช้จ่ายในการทำ Incident Response, รายได้ และ Data Breach

Maersk – NotPetya

ในเดือนมิถุนายน 2017 A.P. Moller–Maersk หนึ่งในบริษัทขนส่งและโลจิสติกส์รายใหญ่ของโลกได้รับผลกระทบจากมัลแวร์ NotPetya ทำให้ระบบ IT ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Container Shipping, Terminal และ Logistics ต้องถูกปิดบางส่วนเพื่อควบคุมเหตุการณ์ และส่งผลให้การดำเนินธุรกิจและการให้บริการลูกค้าหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญ

ใน Annual Report ปี 2017 Maersk ประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ไว้ประมาณ 250–300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งรายได้ที่สูญเสีย ค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ IT และค่าใช้จ่ายพิเศษในการดำเนินงาน

ในเคสเหล่านี้ความเสี่ยงของระบบที่เป็น Critical Infrastructure หรือ Third-party Service Provider ได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อระบบศูนย์กลางหยุดทำงาน ผลกระทบสามารถส่งต่อไปยังองค์กรอื่นที่เชื่อมต่อและพึ่งพาระบบดังกล่าวได้เป็นวงกว้าง

เมื่อระบบล่ม องค์กรควรรับมืออย่างไร?

เมื่อพบว่าระบบหยุดทำงาน องค์กรควรเร่งประเมินว่าระบบใดได้รับผลกระทบ เหตุการณ์มีขอบเขตและความรุนแรงเพียงใด รวมถึงตรวจสอบว่าเกิดจากปัญหาทางเทคนิคหรือมีสัญญาณของการโจมตีทางไซเบอร์

จากนั้นควรจำกัดผลกระทบไม่ให้ลุกลามไปยังระบบอื่น และดำเนินการกู้คืนตาม Incident Response Plan, Business Continuity Plan หรือ Disaster Recovery Plan ที่เตรียมไว้ โดยเลือกใช้แผนให้เหมาะสมกับลักษณะของเหตุการณ์

หากมีข้อบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับ Cyberattack ไม่ควรเร่งนำระบบกลับมาออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบสาเหตุ เพราะอาจทำให้ผู้โจมตียังคงมีช่องทางเข้าถึงระบบ หรือทำลายหลักฐานสำคัญที่จำเป็นต่อการตรวจสอบเหตุการณ์ได้

หลังจากระบบกลับมาให้บริการได้แล้วควรทำอย่างไร?

หลังจากที่ระบบกลับมาใช้งานได้ องค์กรควรตรวจสอบระบบหลังบ้านอย่างละเอียด ทั้ง Log การเปลี่ยนแปลงของไฟล์ บัญชีผู้ใช้งาน สิทธิ์การเข้าถึง และพฤติกรรมผิดปกติ ที่เกิดขึ้นก่อน ระหว่าง และหลังระบบล่ม

โดยเฉพาะหากเหตุการณ์มีความเกี่ยวข้องกับ Cybersecurity ผู้ไม่หวังดีอาจอาศัยช่วงที่ทีมงานกำลังกู้คืนระบบเพื่อแทรกซึมเข้ามา ฝังมัลแวร์ สร้างช่องทางกลับเข้าสู่ระบบ หรือขโมยข้อมูลสำคัญโดยที่องค์กรยังไม่ทันสังเกตเห็น

ดังนั้น องค์กรควรดำเนินการ Root Cause Analysis เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ ตรวจสอบว่ามีการบุกรุกหรือข้อมูลได้รับผลกระทบหรือไม่ และประเมินว่ายังมีช่องโหว่ การตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย หรือ Security Gap หลงเหลืออยู่หรือไม่

หากเป็นปัญหาด้าน Infrastructure หรือ Software อาจต้องปรับปรุง Architecture, Redundancy, Change Management หรือกระบวนการกู้คืนระบบ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ Cyberattack อาจจำเป็นต้องดำเนินการด้าน Incident Response และ Digital Forensics เพื่อระบุขอบเขตของการโจมตีและปิดช่องทางที่ผู้โจมตีใช้เข้าถึงระบบ

เพราะหากแก้ไขเฉพาะอาการโดยไม่จัดการต้นเหตุ เหตุการณ์เดิมอาจเกิดซ้ำ หรือสร้างผลกระทบที่รุนแรงกว่าเดิมได้

ลดโอกาสระบบล่ม ต้องเตรียมพร้อมทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ

สาเหตุการเกิด Downtime อาจเกิดได้ตั้งแต่ Hardware และ Software Failure ไปจนถึง Human Error, Third-party Failure และ Cyberattackองค์กรจึงควรเตรียมความพร้อมแบบหลายชั้น ตั้งแต่การเฝ้าระวังสถานะและความผิดปกติของระบบ การตรวจจับภัยคุกคาม การสำรองข้อมูล ไปจนถึงการมีแผนรับมือและแผนกู้คืนที่สามารถนำมาใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุ

มาตรการสำคัญ เช่น Monitoring, SOC/CSOC, MDR, EDR หรือ XDR สามารถช่วยให้องค์กรมองเห็นความผิดปกติและตรวจจับภัยคุกคามได้เร็วขึ้น ขณะที่ Backup และ Disaster Recovery ช่วยเพิ่มความพร้อมในการกู้คืนข้อมูลและบริการเมื่อระบบไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

นอกจากการมีเทคโนโลยีแล้ว องค์กรควรทบทวน Incident Response Plan และ Disaster Recovery Plan อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงทดสอบกระบวนการกู้คืน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดเหตุจริง ทีมงานสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

BMSP ช่วยคุณเตรียมพร้อมรับมือ Downtime และ Cybersecurity Incident ได้อย่างไร?

การลดผลกระทบจากระบบล่มต้องครอบคลุมทั้งความพร้อมของระบบและความสามารถในการตรวจจับและรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

BMSP มีบริการและโซลูชันด้าน Monitoring, SOC/CSOC และ MDR สำหรับช่วยเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคาม รวมถึงโซลูชัน EDR และ XDR ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นพฤติกรรมผิดปกติและรับมือกับภัยคุกคามได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ควบคู่กับการวางระบบ Backup และ Disaster Recovery เพื่อเตรียมความพร้อมในการกู้คืนข้อมูลและระบบเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ช่วยลดทั้งความเสี่ยงจากข้อมูลสูญหายและ Downtime ของธุรกิจ

อ้างอิง


เตรียมระบบให้พร้อม ลดผลกระทบจาก
Downtime ก่อนเหตุไม่คาดคิดจะกระทบธุรกิจ ติดต่อ BMSP วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาฟรี!

รับคำปรึกษาฟรี!

เตรียมระบบให้พร้อม ลดผลกระทบจาก Downtime ก่อนเหตุไม่คาดคิดจะกระทบธุรกิจ ติดต่อ BMSP วันนี้

Share

Get in touch with us. We’re here to assist you.
02. Home (Bottom)
06. Join Our Team