หลายองค์กรอาจจะคิดว่าระบบรักษาความปลอดภัย อย่าง Antivirus แบบดั้งเดิม หรือการรักษาความปลอดภัยแบบอื่น ๆ อาจจะเพียงพอ สำหรับการรักษาความปลอดภัยจาก Malware และไวรัสอื่น ๆ แต่จริงๆแล้วก็ยังเป็นปัญหาภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างตลอดเวลา อาจส่งผลกระทบต้ององค์กร ได้ในหลายรูปแบบ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ อาจส่งผลต่อการสูญเสียข้อมูล (Data)โปรแกรมการป้องกันไวรัส ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันภัยคุกคาม
Next-Generation Antivirus หรือ NGAV เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันภัยคุมคามมัลแวร์และไวรัสแบบใหม่อย่างครอบคุม ผ่านการตรวจสอบระบบป้องกัน Malware ยุคใหม่ที่ใช้ AI, Machine Learning และการวิเคราะห์พฤติกรรมในการตรวจจับภัยคุกคาม
Table of Contents
หลักการทำงานของ Next-Generation Antivirus (NGAV)
Next-Generation Antivirus อาศัย AI และ Machine Learning ในการวิเคราะห์และเรียนรู้รูปแบบระบุภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยถูกตรวจพบที่หลากหลาย รวมถึงลักษณะของไฟล์และโปรแกรมที่เป็นอันตรายจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่
ในด้านการวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรม ระบบจะติดตามพฤติกรรมของโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบความผิดปกติ เช่น การพยายามเข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต ระบบจะเปิดใช้งานการป้องกันเชิงรุก (Proactive Defense) และระงับการทำงานของโปรแกรมนั้นทันที เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามก่อนที่จะสร้างความเสียหายต่อระบบ
นอกจากนี้ NGAV ยังทำงานแบบ Real-time โดยวิเคราะห์ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนระบบอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อระบบและข้อมูลขององค์กร
Next-Generation Antivirus มีการป้องกันแบบ Zero-day หมายถึง การรับมือกับการโจมตีที่อาศัยช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนายังไม่ทราบ หรือยังไม่มีการเผยแพร่แพตช์อัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของ Antivirus แบบดั้งเดิมที่ NGAV สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการเลือก Next-Generation Antivirus (NGAV) ให้เหมาะสมกับองค์กร
การเลือกใช้งาน Next-Generation Antivirus (NGAV) ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงาน ความต้องการ และงบประมาณขององค์กร เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างคุ้มค่าที่สุด จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- ขนาดขององค์กร – องค์กรแต่ละขนาดมีความต้องการด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกัน
- องค์กรขนาดเล็ก (Small Business) ควรเลือก NGAV ที่ติดตั้งและบริหารจัดการได้ง่าย
- องค์กรขนาดกลาง (Medium Business) ควรเลือก NGAV ที่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมากและสามารถจัดการจากศูนย์กลางได้
- องค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) ควรเลือก NGAV ที่สามารถรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก มีระบบวิเคราะห์ภัยคุกคาม และสามารถเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยอื่นได้
จากงานวิจัยเรื่อง “Enhancing Cyber-Resilience for Small and Medium-Sized Organizations with Prescriptive Malware Analysis, Detection and Response” ของ Ilca et al. (2023) พบว่าองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) เป็นกลุ่มที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในการพัฒนาโซลูชันด้าน Endpoint Security เนื่องจากมักมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นก่อนเลือกใช้งาน NGAV องค์กรควรประเมินขนาดองค์กรและทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการบริหารจัดการ
- ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย ควรเลือก NGAV ที่มีฟีเจอร์สำคัญ เช่น
- AI และ Machine Learning
- Behavioral Analysis
- Real-time Threat Detection
- Ransomware Protection
- Zero-Day Protection
- Cloud-based Management
- Automated Response
3.ความสามารถในการรองรับระบบปฏิบัติการ ควรตรวจสอบว่า NGAV รองรับระบบที่องค์กรใช้งาน เช่น
- Windows
- macOS
- Linux
- Mobile Devices
ประโยชน์ของ Next-Generation Antivirus (NGAV) ในการป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่
ปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้ง Ransomware, Malware และการโจมตีรูปแบบใหม่ที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของ Antivirus แบบดั้งเดิมได้ ทำให้องค์กรต้องมองหาแนวทางการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ Next-Generation Antivirus หรือ NGAV จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับ ป้องกัน และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยประโยชน์ทางธุรกิจที่องค์กรจะได้รับจากการใช้งาน NGAV เช่น
- เพิ่มความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามสมัยใหม่
NGAV ใช้เทคโนโลยี AI, Machine Learning และการวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อช่วยตรวจจับภัยคุกคามที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน รวมถึงการโจมตีแบบ Fileless Malware และ Zero-Day Attack ที่ Antivirus แบบดั้งเดิมอาจตรวจจับได้ยาก - ลดความเสี่ยงและความเสียหายทางธุรกิจ
เมื่อสามารถตรวจจับและหยุดยั้งภัยคุกคามได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลองค์กรมีโอกาสลดความเสียหายจากข้อมูล การหยุดชะงักของระบบ และผลกระทบทางเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ - สนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
เหตุการณ์ด้าน Cybersecurity อาจส่งผลให้ระบบไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ NGAV ช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและลดความเสี่ยงจากระบบขัดข้อง (Downtime) - ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติได้มากกว่า Antivirus แบบดั้งเดิม
Antivirus แบบดั้งเดิมมักอาศัยการตรวจจับจากฐานข้อมูลลายเซ็น (Signature-Based Detection) ขณะที่ NGAV สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของโปรแกรมและไฟล์ ทำให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้แม้ยังไม่มีลายเซ็นอยู่ในฐานข้อมูล - เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความปลอดภัย
NGAV หลายโซลูชันมีระบบบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตามสถานะความปลอดภัย ตรวจสอบเหตุการณ์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
Next-Generation Antivirus ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์สมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการตรวจจับภัยคุกคาม การลดความเสี่ยงทางธุรกิจ การรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และการบริหารจัดการความปลอดภัยขององค์กร จึงเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่หลายองค์กรนำมาใช้เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
Next-Generation Antivirus จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ BMSP เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนองค์กรในการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และเฝ้าระวังภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


