Cybersecurity Awareness Month ภายใต้แนวคิด Securing the Next 250 ในปี 2026

ความมั่นคงทางไซเบอร์ในอนาคต เริ่มต้นจากสิ่งที่องค์กรลงมือทำวันนี้

เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งการสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ Cybersecurity Awareness Month ช่วงเวลาที่องค์กรทั่วโลกให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cybersecurity และส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

สำหรับปี 2026 Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) กำหนดแนวคิดหลัก “Securing the Next 250”ซึ่งเชื่อมโยงกับวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา และมองไปข้างหน้าถึงการสร้าง Digital Future ที่มีความมั่นคงและ Resilient มากขึ้น โดยเน้นว่าการสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในอนาคต ต้องเริ่มจากการลงมือป้องกันตั้งแต่วันนี้

แม้แนวคิด “Next 250” จะเกิดขึ้นในบริบทของสหรัฐอเมริกา แต่สารสำคัญสามารถนำมาปรับใช้กับองค์กรได้ในทุกประเทศ เพราะระบบธุรกิจในปัจจุบันมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้ง Infrastructure, Cloud, Application, Data, User และ Supply Chain ทำให้ Cybersecurity เป็นส่วนสำคัญของความต่อเนื่องทางธุรกิจและความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด

Cybersecurity Awareness Month เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด?

Cybersecurity Awareness Month เริ่มต้นขึ้นใน ปี 2004 จากความร่วมมือระหว่าง U.S. Department of Homeland Security (DHS) และ National Cyber Security Alliance (NCSA) ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า National Cybersecurity Alliance (NCA) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และตระหนักว่า Cybersecurity เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน

จากโครงการสร้าง Awareness ในสหรัฐอเมริกา แนวคิดดังกล่าวได้ขยายตัวเป็นแคมเปญที่มีองค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และประชาชนจากหลายประเทศเข้าร่วม ปัจจุบัน CISA ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2018 ภายใต้ DHS ร่วมขับเคลื่อน Cybersecurity Awareness Month กับ National Cybersecurity Alliance อย่างต่อเนื่อง

ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ ประเด็นที่ Cybersecurity Awareness Month ให้ความสำคัญก็พัฒนาไปตามรูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีและภัยคุกคาม ตั้งแต่การป้องกัน Virus และการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยในช่วงแรก ไปจนถึง Ransomware, Identity Theft, Social Engineering, Data Breach และภัยคุกคามที่ใช้ AI ในปัจจุบัน

4 Core พื้นฐานสำคัญที่ทุกคนทำได้

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Cybersecurity Awareness Month คือ Cybersecurity ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องซับซ้อน แต่สามารถเริ่มจากพฤติกรรมพื้นฐานของผู้ใช้งานที่ช่วยลดโอกาสที่ผู้โจมตีจะเข้าถึงบัญชี ข้อมูล หรือระบบขององค์กร ได้ตาม 4 พื้นฐานสำคัญดังนี้

1. ระวังและรายงาน Phishing

Phishing ยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ผู้โจมตีใช้เพื่อหลอกให้เปิดเผย Credentials ดาวน์โหลดไฟล์อันตราย หรือเข้าถึงเว็บไซต์ปลอม

ผู้ใช้งานควรตรวจสอบผู้ส่ง URL ไฟล์แนบ และคำขอที่ผิดปกติก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะข้อความที่สร้างความเร่งด่วนหรือพยายามให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ และองค์กรควรมีช่องทางที่ชัดเจนให้พนักงานสามารถ Report Suspicious Activity ได้ทันที

2. ใช้ Password ที่แข็งแรงและไม่ซ้ำกัน

การนำ Password เดิมกลับมาใช้กับหลายระบบสามารถทำให้การรั่วไหลจากบริการเพียงแห่งเดียวกลายเป็นความเสี่ยงต่อหลายบัญชี

องค์กรจึงควรสนับสนุนการใช้ Strong & Unique Passwords รวมถึง Password Manager เพื่อช่วยลดพฤติกรรมการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่ายหรือใช้ซ้ำ

3. เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA)

การใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) เพิ่มขั้นตอนในการยืนยันตัวตน และช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ผู้โจมตีจะได้ Password ไปแล้วก็ตาม

ผู้ใช้งานควรเปิดใช้งาน MFA สำหรับบัญชีและระบบที่รองรับ โดยเฉพาะ Email, ระบบงาน และบัญชีที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ รวมถึงไม่กดยืนยันคำขอ MFA ที่ไม่ได้เกิดจากการ Login ของตนเอง

4. อัปเดต Software และระบบอย่างสม่ำเสมอ

ช่องโหว่ที่มี Security Update หรือ Patch แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถกลายเป็นช่องทางให้ผู้โจมตีเข้าสู่ระบบได้

องค์กรจึงควรมีกระบวนการติดตาม Vulnerability และจัดลำดับความสำคัญของการ Update หรือ Patch ตามระดับความเสี่ยง ไม่ใช่รอจนเกิด Incident แล้วจึงเริ่มดำเนินการ

จาก Cyber Awareness สู่ Cyber Resilience

สำหรับองค์กร การสร้าง Awareness เป็นเพียงจุดเริ่มต้น องค์กรจำเป็นต้องมีความสามารถในการ Detect, Respond และ Recover เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

แนวทางสำคัญประกอบด้วยการจัดเก็บ System Logs เพื่อช่วยตรวจจับและตรวจสอบเหตุการณ์ การสำรองข้อมูลอย่างเหมาะสม การเข้ารหัสข้อมูล การจัดทำและทดสอบ Incident Response Plan ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อให้บริการหรือกระบวนการสำคัญยังสามารถดำเนินต่อได้ หากระบบหลักเกิดการหยุดชะงัก

สำหรับองค์กรที่ดูแล Critical Infrastructure แนวคิดดังกล่าวสามารถสรุปเป็น 3Rs of Cybersecurity

Reduce – ลดความเสี่ยงและ Attack Surface
ค้นหาและลดช่องโหว่ รวมถึงจัดลำดับการแก้ไขตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง

Replace – เปลี่ยนระบบที่ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้อีกต่อไป
โดยเฉพาะอุปกรณ์หรือ Software ที่หมดอายุการสนับสนุน (End-of-Support) และไม่ได้รับ Security Update

Recover – เตรียมพร้อมให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
วางแผน Backup, Incident Response และ Business Continuity เพื่อให้องค์กรสามารถกลับมาดำเนินงานได้เมื่อเกิด Cyber Incident

Cybersecurity เป็นเรื่องของทุกคน แต่ต้องขับเคลื่อนในระดับองค์กร

People ต้องรู้เท่าทันภัยคุกคาม
Process ต้องรองรับการป้องกันและตอบสนองต่อเหตุการณ์
Technology ต้องได้รับการดูแลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
และ Organization ต้องสามารถฟื้นตัวเมื่อระบบหรือบริการสำคัญได้รับผลกระทบ

Cybersecurity ควรเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ถูกผสานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ เพราะภัยคุกคามทางไซเบอร์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เพียงในเดือนตุลาคม

สร้าง Cyber Resilience ให้พร้อมสำหรับความเสี่ยงในอนาคต

แนวคิด “Securing the Next 250” ของ Cybersecurity Awareness Month 2026 สามารถเริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญ ตั้งแต่การสร้าง Security Awareness การปกป้อง Identity การบริหาร Vulnerability ไปจนถึงการเตรียม Incident Response และ Recovery ให้พร้อมใช้งานจริง

หากองค์กรของคุณต้องการยกระดับการบริหารจัดการด้าน Cybersecurity และ IT อย่างเป็นระบบ BMSP พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้วยบริการ Cybersecurity และ IT Managed Services แบบ End-to-End เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถป้องกัน ตรวจจับ รับมือ และเตรียมพร้อมต่อความเสี่ยงทางไซเบอร์ได้อย่างต่อเนื่อง

Cybersecurity ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้

Source: Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA), National Cybersecurity Alliance (NCA)

ติดต่อ BMSP

ติดต่อ BMSP เพื่อปรึกษาด้าน Cybersecurity ให้กับองค์กรของคุณ

Share

Get in touch with us. We’re here to assist you.
02. Home (Bottom)
06. Join Our Team