UEBA คืออะไร เจาะลึกหลักการทำงาน และประโยชน์สำหรับองค์กร

UEBA คืออะไร

UEBA (User And Entity Behavior Analytics) คือระบบที่ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้และอุปกรณ์ในองค์กร เพื่อตรวจจับกิจกรรมที่ผิดไปจากการใช้งานปกติ เช่น Login จากตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย หรือมีการเข้าถึงข้อมูลที่ผิดปกติ ซึ่งช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์มองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ UEBA เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมการตรวจจับภัยคุกคามภายในให้แม่นยำและเป็นระบบมากขึ้น บทความนี้ BMSP จะพาไปทำความรู้จักว่า UEBA คืออะไร ทำงานอย่างไร และสำคัญกับองค์กรอย่างไรบ้าง

Key Takeaways

  • UEBA คือระบบวิเคราะห์พฤติกรรมของ User และ Entity เพื่อช่วยตรวจจับกิจกรรมที่ผิดไปจากรูปแบบการใช้งานปกติในองค์กร
  • UEBA ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับภัยคุกคามภายใน และพฤติกรรมเสี่ยงที่ระบบความปลอดภัยทั่วไปอาจมองข้าม
  • UEBA สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้เป็นระบบมากขึ้น
  • เหมาะกับองค์กรที่ต้องการยกระดับการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
สารบัญบทความ

UEBA (User Entity and Behavior Analytics) คืออะไร

UEBA (User Entity and Behavior Analytics) คืออะไร

UEBA (User Entity and Behavior Analytics) คือระบบหรือเทคโนโลยีที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งาน บัญชี ระบบ และอุปกรณ์ภายในองค์กร เพื่อเรียนรู้รูปแบบการใช้งานตามปกติและตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติ เช่น การเข้าสู่ระบบจากสถานที่หรือเวลาที่ไม่คุ้นเคย การดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนมาก หรือการเข้าถึงไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ โดยระบบจะนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและระบุเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับบัญชีที่ถูกโจรกรรม ภัยคุกคามจากบุคคลภายใน หรือการเคลื่อนไหวของผู้โจมตีในระบบ ช่วยให้ทีม Cybersecurity ตรวจพบและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

องค์ประกอบหลักของ UEBA มีอะไรบ้าง

UEBA ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ UBA และ EBA ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้และระบบต่าง ๆ ในองค์กร ช่วยตรวจจับกิจกรรมที่ผิดปกติหรือเสี่ยงต่อภัยคุกคามไซเบอร์ได้เร็วขึ้น

  • UBA (User Behavior Analytics): เป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ เช่น การ Login เวลาใช้งาน อุปกรณ์ที่ใช้ และข้อมูลที่เข้าถึงเป็นประจำ เพื่อสร้างรูปแบบพฤติกรรมปกติของแต่ละบัญชี
  • EBA (Entity Behavior Analytics): วิเคราะห์พฤติกรรมของเอนทิตี เช่น Server, Application, Database, Endpoint และอุปกรณ์ IoT เพื่อตรวจจับกิจกรรมผิดปกติ เช่น การเข้าถึงข้อมูลที่ไม่เคยใช้งาน หรือการถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมาก เป็นต้น

เมื่อทั้งสองทำงานร่วมกัน Behavior Baseline จะนำข้อมูลจาก UBA และ EBA มาสร้างเกณฑ์พื้นฐาน แล้วใช้เปรียบเทียบกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง หากพบความผิดปกติ ระบบจะช่วยแจ้งเตือนให้ตรวจสอบต่อได้เร็วขึ้น

UEBA มีหลักการทำงานอย่างไร

หลักการทำงานของ UEBA

UEBA ทำงานโดยเก็บข้อมูลพฤติกรรมของ User และ Entity แล้วเปรียบเทียบกับรูปแบบปกติ หากพบความผิดปกติ ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จะตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. รวบรวมข้อมูล

UEBA จะทำการเก็บ Log Management ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น การ Login การใช้งานระบบ การเข้าถึงไฟล์ อุปกรณ์ที่ใช้ ตำแหน่งที่เชื่อมต่อ รวมถึงข้อมูลจาก Server, Application, Database และ Endpoint เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมโดยรวม

2. สร้างแบบจำลอง พร้อมกำหนดเกณฑ์พื้นฐาน

ระบบจะนำข้อมูลที่รวบรวมมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างแบบจำลองพฤติกรรมปกติของแต่ละ User และ Entity โดยใช้แนวคิดด้าน Machine Learning Security เพื่อช่วยเรียนรู้รูปแบบการใช้งาน และนำไปเปรียบเทียบกับกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง

3. ตรวจหาสิ่งผิดปกติ

เมื่อมีกิจกรรมที่ต่างจากพฤติกรรมปกติ เช่น Login จากตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย เข้าถึงข้อมูลผิดจากเดิม หรือมีการถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมาก ระบบจะมองว่าเป็นความผิดปกติที่ควรตรวจสอบ

4. แจ้งเตือนและตรวจสอบ

หากพบความเสี่ยง UEBA จะส่งการแจ้งเตือนให้ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ หรือศูนย์ CSOC (Cyber Security Operations Center) ตรวจสอบรายละเอียด เช่น บัญชีที่เกี่ยวข้อง ระดับความเสี่ยง และกิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

5. การทำงานร่วมกันกับเครื่องมือ Cyber Security อื่น ๆ

UEBA จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อนำไปใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น SIEM (Security Information and Event Management), SOAR (Security Orchestration, Automation and Response), EDR (Endpoint Detection and Response) และ MDR (Managed Detection And Response) เพื่อช่วยให้องค์กรตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อพฤติกรรมผิดปกติได้เป็นระบบมากขึ้น

ประโยชน์ของ UEBA มีอะไรบ้าง

UEBA เข้ามาปฏิวัติระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ โดยอาศัย Machine Learning ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติของทั้งผู้ใช้งานและอุปกรณ์ ซึ่งช่วยอุดรอยรั่วที่ระบบตรวจจับแบบดั้งเดิมไม่สามารถมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติได้รวดเร็ว: เช่น การ Login จากสถานที่หรือเวลาที่ไม่คุ้นเคย การดาวน์โหลดข้อมูลจำนวนมาก หรือการเข้าถึงไฟล์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่
  • ตรวจจับภัยคุกคามด้านไอทีได้ครอบคลุม: ตรวจพบความผิดปกติที่ซ่อนเร้นได้หลากหลาย เช่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่รั่วไหลไปอยู่บน Dark Web หรือพฤติกรรมเสี่ยงของคนในองค์กร ช่วยหยุดยั้งการจารกรรมข้อมูลได้อย่างทันท่วงที
  • ยับยั้งความเสียหายทางการเงิน: ช่วยตรวจจับและระงับสัญญาณเตือนแรกเริ่มของภัยร้ายแรงอย่าง Ransomware ส่งผลให้องค์กรสามารถระงับเหตุได้ก่อนที่ระบบจะถูกล็อก ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียรายได้และค่าไถ่มหาศาล
  • ลดภาระและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไอที: ระบบอัตโนมัติช่วยคัดกรองและวิเคราะห์ความเสี่ยงแทนมนุษย์ ทำให้องค์กรใช้จำนวนผู้เชี่ยวชาญน้อยลงในการเฝ้าระวัง และสามารถโยกย้ายบุคลากรไปจัดการงานส่วนอื่นที่สำคัญกว่าได้
  • ลดความเสี่ยงจากการทำงานทางไกลและอุปกรณ์ IoT: ติดตามพฤติกรรมการใช้งานบนระบบเครือข่ายของทุกอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าพนักงานจะเชื่อมต่อจากที่บ้านหรือใช้อุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ
  • ลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น: วิเคราะห์บริบทของพฤติกรรมเพื่อคัดกรองสัญญาณเตือนที่ผิดพลาด ช่วยให้ทีมไอทีโฟกัสเฉพาะภัยคุกคามที่มีความเสี่ยงสูงจริง ๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อภัยคุกคาม: ช่วยให้ทีม SOC หรือ MDR วิเคราะห์สาเหตุ ขอบเขต และผลกระทบของเหตุการณ์ได้รวดเร็วขึ้น
  • ช่วยควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมาย: ตรวจสอบการตั้งค่าระบบหรือพฤติกรรมที่ขัดต่อมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร ช่วยป้องกันการทำผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลและหลีกเลี่ยงโทษปรับร้ายแรง

ประโยชน์ของ UEBA ต่อองค์กร มีอะไรบ้าง

หากมองในมุมของการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจ การนำ UEBA เข้ามาประยุกต์ใช้งานในองค์กรจะส่งผลดีในเชิงกลยุทธ์ ดังนี้

  • ปกป้องมูลค่าทางธุรกิจและสินทรัพย์ข้อมูล: ป้องกันความเสียหายจากการถูกขโมยความลับทางธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน หรือฐานข้อมูลลูกค้า ช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียรายได้ ค่าปรับตามกฎหมาย (เช่น PDPA) และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูระบบ
  • สร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์: การมีระบบตรวจจับภัยคุกคามเชิงลึกช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการและพันธมิตรทางธุรกิจ ว่าองค์กรมีมาตรการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสากล
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณไอที (ROI ที่ดีขึ้น): แทนที่จะต้องลงทุนจ้างทีมงานจำนวนมากมานั่งเฝ้าจอ 24/7 ระบบ UEBA ช่วยคัดกรองข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้องค์กรประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรไอทีและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
  • รองรับการเติบโตแบบ Hybrid และการปรับตัวขององค์กรยุคใหม่: เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการทำงานในยุคปัจจุบัน ทั้งระบบ Work from Anywhere, การใช้ Cloud และการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ IoT โดยองค์กรสามารถขยายระบบได้อย่างมั่นใจโดยไม่สร้างรอยรั่วด้านความปลอดภัย

UEBA vs. NTA vs. SIEM แตกต่างกันอย่างไร

UEBA, NTA และ SIEM ไม่ใช่ระบบประเภทเดียวกันทั้งหมด โดย UEBA และ NTA เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้าน ขณะที่ SIEM เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางสำหรับรวบรวมและเชื่อมโยงเหตุการณ์

ปัจจุบัน NTA ยังมักถูกพัฒนาต่อยอดหรือเรียกรวมภายใต้คำว่า NDR (Network Detection and Response) เพิ่มความสามารถด้านการสืบสวนและตอบสนองต่อภัยคุกคามเข้ามาด้วย และ UEBA, NTA และ SIEM มีการใช้งานของแต่ละระบบที่ต่างกัน ดังนี้

หัวข้อเปรียบเทียบ

UEBA

NTA

SIEM

จุดโฟกัสหลัก

วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ บัญชี และอุปกรณ์

วิเคราะห์รูปแบบการรับส่งข้อมูลและพฤติกรรมการสื่อสารบนเครือข่าย

รวบรวมและวิเคราะห์ Log / Event จากหลายระบบ

ข้อมูลที่ใช้

Login, การเข้าถึงข้อมูล, กิจกรรมของผู้ใช้, Host, IP และ Application

Network Flow, Packet Metadata, Protocol, IP Address และรูปแบบการสื่อสาร

Log, Event, Alert และข้อมูลจาก Identity, Endpoint, Network, Cloud และ Application

สิ่งที่ช่วยตรวจจับ

พฤติกรรมผิดปกติ บัญชีที่ถูกสวมสิทธิ์ และ Insider Threat

Traffic ผิดปกติ, Command and Control, Lateral Movement, DDoS และ Data Exfiltration

เหตุการณ์ด้าน Security ภาพรวม และความสัมพันธ์ของ Event ต่าง ๆ

จุดเด่น

เห็นความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมได้ละเอียด

มองเห็นความผิดปกติในระดับ Network

รวมข้อมูล Security ไว้ศูนย์กลาง เพื่อช่วยเฝ้าระวังและตอบสนอง

การใช้งานร่วมกัน

ใช้เสริม NTA และ SIEM เพื่อเพิ่มมุมมองด้านพฤติกรรม

ส่งข้อมูลและ Alert ด้านเครือข่ายเข้าสู่ SIEM และเชื่อมโยงกับ UEBA

เชื่อมโยงข้อมูลจาก UEBA, NTA และระบบ Security อื่นเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์

ในการทำงานจริงทั้งสามระบบจะทำงานโดยส่งเสริมกันละกัน โดยเริ่มจาก SIEM เป็นฐานหลักในการรวบรวม Log/Event จากทุกระบบและมองภาพรวม Security

จากนั้น UEBA จะเข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติของผู้ใช้ บัญชี และอุปกรณ์เพื่อเจาะลึกความเสี่ยง ควบคู่ไปกับ NTA ที่คอยตรวจสอบ Traffic และการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอย่างละเอียด ก่อนจะส่งข้อมูล Alert กลับมาเชื่อมโยงที่ SIEM เพื่อวิเคราะห์และตอบสนองภัยคุกคามได้อย่างแม่นยำ

นอกจาก UEBA, NTA และ SIEM แล้ว องค์กรที่มีเว็บไซต์หรือ Web Application ควรใช้ WAF (Web Application Firewall) เพื่อช่วยให้องค์กรตรวจจับความเสี่ยงได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งระดับผู้ใช้ ระบบ และแอปพลิเคชัน

ความท้าทายของ UEBA มีอะไรบ้าง

แม้ UEBA จะช่วยให้องค์กรตรวจจับความผิดปกติได้ดีขึ้น แต่การใช้งานจะต้องพิจารณาทั้งคุณภาพของข้อมูล ระบบที่เชื่อมต่อ และทีมที่ดูแลร่วมกัน โดยมีข้อควรคำนึงถึงดังนี้

  • ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอและถูกต้อง เพื่อสร้างรูปแบบพฤติกรรมปกติ หากข้อมูลไม่ครบหรือไม่แม่นยำ อาจส่งผลต่อการวิเคราะห์ได้
  • บางกิจกรรมที่ผิดไปจากเดิมอาจไม่ได้เป็นภัยคุกคามจริง ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จึงต้องตรวจสอบบริบทก่อนตัดสินใจ
  • ภัยคุกคามบางประเภท เช่น Advanced Persistent Threat อาจแฝงตัวในระบบเป็นเวลานาน และมีพฤติกรรมคล้ายผู้ใช้งานจริง
  • ควรใช้ร่วมกับการประเมินช่องโหว่ เช่น Pentest (Penetration Testing) และ Zero trust Security เพื่อเสริมการป้องกันให้รอบด้านขึ้น
  • การตั้งค่าเกณฑ์พื้นฐาน การวิเคราะห์ Alert และการปรับระบบให้เข้ากับองค์กร ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านไอที
  • บางองค์กรอาจต้องประเมินความพร้อมของระบบ ขนาดธุรกิจ งบประมาณ และความเสี่ยงด้าน Cyber Security ก่อนเริ่มใช้งานจริง

ดังนั้น การนำ UEBA มาใช้ จึงควรวางร่วมกับแผนความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร ทั้งการเชื่อมต่อข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการตอบสนองต่อเหตุผิดปกติ โดยองค์กรสามารถใช้ Cyber Security Services เพื่อช่วยออกแบบและดูแลระบบให้เหมาะกับโครงสร้าง IT

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สามารถใช้ UEBA เดี่ยว ๆ โดยไม่พึ่งระบบอื่นได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ใช้เดี่ยว ๆ เนื่องจาก UEBA ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ทำงานเสริมร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัยอื่น โดยเฉพาะ SIEM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการวิเคราะห์พฤติกรรม ช่วยให้ตรวจจับความผิดปกติได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

UEBA มักทำงานร่วมกับระบบใดเป็นหลัก?

UEBA มักจะทำงานร่วมกับระบบ SIEM (Security Information and Event Management) เป็นหลัก โดยรวบรวม Log จาก SIEM มาวิเคราะห์พฤติกรรมต่อ และส่งแจ้งเตือนกลับไปเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างครบวงจร

ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMB) ต้องติดตั้งระบบ UEBA ไหม?

ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของระบบ หากมีข้อมูลสำคัญ ผู้ใช้งานหลายบัญชี หรือระบบ IT ซับซ้อน SMEs ควรพิจารณา UEBA

UEBA ตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามประเภท Zero-Day ได้ไหม?

UEBA ช่วยตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับ Zero-Day ได้ แต่ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือ Cyber Security อื่น ๆ เพื่อป้องกันรอบด้าน

UEBA ตัวช่วยยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ให้องค์กรแบบยั่งยืน

UEBA ช่วยให้องค์กรมองเห็นความผิดปกติของ User และ Entity ได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ Login จากตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย การเข้าถึงข้อมูลนอกเหนือจากพฤติกรรมเดิม หรือการรับส่งข้อมูลที่ผิดปกติ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยเสริมการตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์ให้แม่นยำและเป็นระบบมากขึ้น

BMSP พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยยกระดับ Cyber Security ขององค์กรคุณ ด้วยบริการ MSP/MSSP แบบครบวงจร ครอบคลุมการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ แจ้งเตือน และตอบสนองภัยคุกคามผ่านบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น CSOC, SIEM และ MDR พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ช่วยออกแบบบริการให้เหมาะกับระบบ IT ของธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ติดต่อเพื่อสอบถาม ปรึกษา และติดตามได้ที่

Share

Get in touch with us. We’re here to assist you.
02. Home (Bottom)
06. Join Our Team