Firewall เป็นหนึ่งในระบบสำคัญที่ช่วยควบคุมความปลอดภัยของเครือข่ายภายในองค์กร โดยทำหน้าที่ตรวจสอบและกรอง Traffic ที่รับส่งระหว่างเครือข่ายภายในกับภายนอกตาม Rule และ Security Policy ที่กำหนดไว้ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อที่ไม่เหมาะสมหรือการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า Firewall คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร มีรูปแบบและประเภทใดบ้าง รวมถึงข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางเลือกใช้ Firewall ให้เหมาะกับโครงสร้าง IT ขององค์กร เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวางระบบป้องกันเครือข่ายได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับการใช้งานจริง
Key Takeaways
- Firewall ช่วยคัดกรองและควบคุม Network Traffic ตาม Rule และ Security Policy ที่กำหนด เพื่อป้องกันการเข้าถึงและการเชื่อมต่อที่ไม่ได้รับอนุญาตระหว่างเครือข่าย
- Firewall ใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้ง Hardware Firewall, Software Firewall, และ Cloud-based Firewall โดยแต่ละรูปแบบเหมาะกับสถาปัตยกรรม ปริมาณ Traffic และความต้องการด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกัน
- Firewall มีหลายประเภทตามเทคโนโลยีและหลักการทำงาน ตั้งแต่ Packet Filtering, Proxy Firewall และ Stateful Inspection ไปจนถึง Next-Generation Firewall (NGFW) ที่เพิ่มความสามารถ เช่น Application Control, Intrusion Prevention (IPS), Deep Packet Inspection และการตรวจจับภัยคุกคามที่ละเอียดกว่า Firewall แบบพื้นฐาน
- Firewall ช่วยลดความเสี่ยงจาก Traffic และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ รวมถึงภัยคุกคามบางประเภท เช่น Malware และ Ransomware แต่ควรใช้มาตรการเฉพาะร่วมด้วยสำหรับ Phishing และ DDoS
- ในระดับองค์กร ควรใช้ Firewall ร่วมกับเครื่องมือและบริการด้าน Cybersecurity เช่น SIEM, Endpoint Security, CSOC หรือ MDR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและรับมือภัยคุกคาม
ทำความรู้จัก Firewall คืออะไร
Firewall (ไฟร์วอลล์) คือ ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทำหน้าที่เป็น In-line Security Control โดย Traffic จะต้องผ่าน Firewall เพื่อทำการตรวจสอบ คัดกรอง และควบคุมการรับส่งข้อมูลแบบสองทิศทาง (Bidirectional Traffic) ระหว่างเครือข่ายหรือ Security Zone ต่าง ๆ แบบ Real-time พร้อมบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยตาม Rule และ Security Policy ที่กำหนดไว้ เพื่อควบคุมและตัดสินใจว่า Traffic หรือการเชื่อมต่อใดได้รับอนุญาตหรือถูกปฏิเสธในการผ่านระหว่างเครือข่าย
Firewall สามารถติดตั้งและใช้งานได้ทั้งในรูปแบบ Hardware, Software และ Cloud-based Firewall โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับสถาปัตยกรรมและความต้องการด้านความปลอดภัยขององค์กร ระบบจะทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุม Network Traffic ที่ไหลผ่าน ก่อนตัดสินใจอนุญาต (Allow) หรือปฏิเสธ (Deny/Block) การเชื่อมต่อตาม Rule และ Security Policy ที่กำหนดไว้ เช่น Source และ Destination IP Address, Port Number และ Protocol รวมถึงข้อมูลของ Connection, Application หรือ Traffic ในระดับที่ละเอียดขึ้นตามความสามารถของ Firewall แต่ละประเภท ด้วยเหตุนี้ Firewall จึงเป็นองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร
Firewall มีหลักการทำงานอย่างไร
Firewall ทำงานโดยอาศัยหลักการตรวจสอบและกรองข้อมูลที่วิ่งเข้าออกเครือข่ายแบบเรียลไทม์ ผ่านการตั้งค่า Firewall Configuration, Rule และ Security Policy ที่กำหนดไว้ เพื่อพิจารณาว่า Traffic หรือการเชื่อมต่อใดควรได้รับอนุญาต (Allow) หรือปฏิเสธ (Deny/Block)
- ตรวจสอบ Network Traffic: Firewall จะตรวจสอบ Traffic ที่ไหลผ่านและเปรียบเทียบกับ Rule และ Security Policy ที่กำหนดไว้ อาจพิจารณาจากข้อมูล เช่น Source/Destination IP Address, Port, Protocol, Connection State รวมถึง Application หรือ Content ขึ้นอยู่กับประเภทและความสามารถของ Firewal ก่อนตัดสินใจอนุญาตหรือปฏิเสธการเชื่อมต่อ
- Firewall Authentication: Firewall บางประเภทสามารถทำงานร่วมกับระบบ Identity และ Authentication เพื่อระบุตัวตนของ User หรือ Device และกำหนด Security Policy ตาม Identity ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของแนวทาง Zero Trust ได้
- ควบคุม Traffic ขาเข้า (Inbound Traffic): ช่วยควบคุมและจำกัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายภายนอกเข้าสู่ระบบขององค์กรตาม Security Policy รวมถึงช่วยป้องกันหรือบล็อก Traffic ที่ไม่พึงประสงค์และภัยคุกคามบางประเภท ทั้งนี้ ความสามารถในการตรวจจับ Malware, Exploit หรือการโจมตีรูปแบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับประเภทและฟังก์ชันของ Firewall ที่ใช้งาน
- ควบคุม Traffic ขาออก (Outbound Traffic): ช่วยควบคุมการเชื่อมต่อจากระบบภายในออกสู่เครือข่ายภายนอกตาม Security Policy รวมถึงช่วยตรวจจับหรือจำกัด Traffic ที่ผิดปกติ ทั้งนี้ หากต้องการตรวจสอบและควบคุมการส่งข้อมูลสำคัญในระดับเนื้อหา ควรใช้มาตรการด้าน Data Protection เช่น Data Loss Prevention (DLP) ร่วมด้วย
Firewall สำคัญต่อความปลอดภัยขององค์กรอย่างไร
องค์กรที่ดำเนินธุรกิจผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตย่อมมีความเสี่ยงจากผู้ไม่หวังดีที่พยายามเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลหรือแพร่กระจาย Malware การวางระบบ Firewall จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยคัดกรองภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ให้เล็ดลอดเข้าสู่เครือข่ายภายในองค์กรของคุณ ดังนี้
- ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต: Firewall ช่วยป้องกันและยับยั้งการเข้าถึงระบบไอทีโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ความพยายามของผู้ไม่หวังดีในการเจาะระบบเพื่อขโมยหรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กร
- ลดความเสี่ยงจาก Ransomware: การวางระบบ Firewall ช่วยควบคุมการเชื่อมต่อที่ผิดปกติหรือไม่เป็นไปตาม Policy ซึ่งสามารถช่วยลดช่องทางที่ Ransomware ใช้สื่อสารหรือแพร่กระจายผ่านเครือข่ายได้บางส่วน
- ป้องกันการโจมตีแบบ DDoS: Firewall ช่วยตรวจจับหรือจำกัด Traffic ผิดปกติบางรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การรับมือ DDoS ปริมาณสูงอาจต้องใช้ระบบหรือบริการป้องกันเฉพาะทางเพิ่มเติม
- ลดความเสี่ยงจาก Phishing: Firewall หรือระบบ Web Filtering บางประเภทสามารถช่วยจำกัดการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง ขณะที่ Email Security ช่วยตรวจสอบ Phishing ที่เข้าสู่ผู้ใช้งานผ่านอีเมลโดยตรง
- รองรับความปลอดภัยของอุปกรณ์IoT: เมื่อองค์กรของคุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้น Firewall ที่วางระบบไว้อย่างเหมาะสมจะช่วยแบ่ง Segment และควบคุมการสื่อสารของอุปกรณ์ IoT ตาม Policy เพื่อลดขอบเขตความเสี่ยงหากอุปกรณ์ถูกโจมตี
Hardware Firewall vs. Software Firewall vs. Cloud-based Firewall แตกต่างกันอย่างไร
รูปแบบการติดตั้ง Firewall ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ Hardware Firewall และ Software Firewall ซึ่งมีจุดเด่นและขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้องค์กรของคุณเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับโครงสร้างไอทีของตนเอง
Hardware Firewall
Hardware Firewall คืออุปกรณ์เฉพาะที่ติดตั้งอยู่บน Network เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและควบคุม Traffic ที่ไหลผ่านตาม Security Policy ที่กำหนดไว้ โดยใช้ทรัพยากรของอุปกรณ์ Firewall โดยเฉพาะ จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการบริหารและควบคุมความปลอดภัยในระดับเครือข่ายจากส่วนกลาง
ทั้งนี้ ควรเลือก Capacity และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับปริมาณ Traffic จำนวนการเชื่อมต่อ และโครงสร้างระบบขององค์กร
Software Firewall
Software Firewall คือโปรแกรม Firewall ที่ติดตั้งและทำงานบนอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการ เช่น Computer หรือ Server โดยบางระบบปฏิบัติการมี Firewall มาให้ในตัว ขณะที่บางประเภทอาจต้องติดตั้งเพิ่มเติม การทำงานของ Software Firewall จะใช้ทรัพยากรของอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ และสามารถกำหนด Policy เพื่อควบคุม Traffic ขาเข้าและขาออกของอุปกรณ์นั้นได้
Software Firewall มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งและไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ Firewall แยก แต่ยังคงต้องมีการตั้งค่า อัปเดต และดูแลรักษา Software อย่างเหมาะสม
โดยทั่วไป Software Firewall จะเน้นการควบคุม Traffic ในระดับ Endpoint หรือ Host ขณะที่ Hardware Firewall เหมาะกับการควบคุม Traffic ในระดับ Network
Cloud-based Firewall
Cloud-based Firewall คือ Firewall ที่ให้บริการผ่านระบบคลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถกำหนดและบริหาร Policy จากส่วนกลางได้ โดยไม่ต้องติดตั้งหรือดูแล Hardware ภายในองค์กรทั้งหมดด้วยตนเอง
Firewall รูปแบบนี้เหมาะกับองค์กรที่มีระบบกระจายหลายสาขา มีการทำงานแบบ Hybrid หรือมีการใช้งาน Cloud Infrastructure อยู่แล้ว จุดเด่นคือสามารถปรับขยายการใช้งานได้ยืดหยุ่น ลดภาระในการดูแลอุปกรณ์ และช่วยให้การบริหารความปลอดภัยทำได้สะดวกมากขึ้นจากศูนย์กลาง
ประเภทของ Firewall ตามหลักการทำงาน
หากแบ่ง Firewall ตามหลักการตรวจสอบและควบคุม Network Traffic จะสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีวิธีตรวจสอบข้อมูลและระดับความละเอียดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การพิจารณาข้อมูลพื้นฐานของ Packet ไปจนถึงการวิเคราะห์ Application และภัยคุกคามที่ซับซ้อนมากขึ้น
1. Packet Filtering Firewall
Packet Filtering Firewall เป็น Firewall รูปแบบพื้นฐานที่ตรวจสอบข้อมูลในส่วน Header ของ Packet แล้วเปรียบเทียบกับ Rule ที่กำหนดไว้ เช่น Source IP Address, Destination IP Address, Port และ Protocol เพื่อพิจารณาว่า Traffic นั้นควรได้รับอนุญาตหรือถูกปฏิเสธ
Firewall ประเภทนี้มักทำงานแบบ Stateless ซึ่งหมายถึงการพิจารณา Packet แต่ละชุดแยกจากกัน โดยไม่ได้ติดตามสถานะของ Connection ทั้งหมด จึงมีหลักการทำงานที่ไม่ซับซ้อน แต่จะมีข้อจำกัดเมื่อต้องตรวจสอบ Traffic ที่จำเป็นต้องอาศัยบริบทของการเชื่อมต่อมากขึ้น
2. Circuit-Level Gateway
Circuit-Level Gateway ทำหน้าที่ตรวจสอบการสร้าง Connection หรือ Session ระหว่างต้นทางและปลายทาง โดยจะพิจารณาว่าการเชื่อมต่อนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ ก่อนอนุญาตให้มีการรับส่ง Traffic ระหว่างกัน
จุดเด่นของ Firewall ประเภทนี้คือไม่จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดของข้อมูลภายใน Packet ทุกส่วน จึงช่วยลดภาระในการประมวลผลได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการตรวจสอบเนื้อหาหรือภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ภายใน Traffic จะยังมีข้อจำกัด เมื่อเทียบกับ Firewall ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลในระดับ Application ได้
3. Stateful Inspection Firewall
Stateful Inspection Firewall สามารถติดตามสถานะของ Connection หรือ Session ที่กำลังเกิดขึ้น และนำข้อมูลจากการเชื่อมต่อนั้นมาใช้ประกอบการตัดสินใจว่า Packet ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Connection ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
วิธีนี้จึงไม่ได้พิจารณาเพียง Source IP Address, Destination IP Address หรือ Port ของ Packet แต่ละชุดแบบแยกจากกันเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าใจบริบทของการเชื่อมต่อได้มากกว่า Packet Filtering Firewall ทำให้ Stateful Inspection กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของ Network Firewall ในปัจจุบัน
4. Application-Level Gateway หรือ Proxy Firewall
Application-Level Gateway หรือ Proxy Firewall ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง Client และ Destination ทำให้ทั้งสองฝั่งไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกันโดยตรง
Firewall ประเภทนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลในระดับ Application Protocol รวมถึงนำข้อมูลใน Header หรือ Payload มาใช้ประกอบการตัดสินใจตาม Security Policy จึงช่วยให้สามารถควบคุม Traffic ได้ละเอียดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อมูลในระดับ Application อาจต้องใช้ทรัพยากรในการประมวลผลมากกว่า Firewall ที่ตรวจสอบเฉพาะข้อมูลในระดับ Network หรือ Transport
5. Next-Generation Firewall (NGFW)
Next-Generation Firewall หรือ NGFW เป็น Firewall ที่พัฒนาต่อยอดจาก Traditional Firewall และ Stateful Inspection โดยเพิ่มความสามารถด้านความปลอดภัยที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบและควบคุม Network Traffic ได้ละเอียดกว่าเพียงการพิจารณา IP Address, Port และ Protocol
ความสามารถที่พบได้ใน NGFW ได้แก่
- ควบคุมการใช้งาน Application: สามารถระบุและควบคุม Application ตาม Security Policy ขององค์กรได้ แม้ Application หลายประเภทจะใช้ Port หรือ Protocol เดียวกัน
- ตรวจจับและป้องกันการบุกรุกด้วย IPS: ตรวจสอบ Traffic เพื่อค้นหาและป้องกันการโจมตีหรือ Exploit ที่ตรงกับรูปแบบภัยคุกคามที่ระบบสามารถตรวจจับได้
- ตรวจสอบ Traffic ได้ละเอียดมากขึ้น: รองรับความสามารถ เช่น Deep Packet Inspection (DPI) และในบางผลิตภัณฑ์สามารถตรวจสอบ Traffic ที่เข้ารหัสผ่าน SSL/TLS Inspection ได้
- ทำงานร่วมกับ Identity และ Threat Intelligence: นำข้อมูล User Identity และข้อมูลภัยคุกคามมาใช้ประกอบการกำหนด Security Policy และตรวจสอบ Traffic ได้ละเอียดขึ้น
- เชื่อมต่อกับระบบ Security Analytics: NGFW บางโซลูชันสามารถส่ง Log, Event หรือข้อมูลด้าน Network Security ไปยัง SIEM, UEBA หรือ Security Analytics Platform เพื่อช่วยเพิ่มบริบทในการตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมที่ผิดปกติ
ประโยชน์ของ Firewall ต่อความปลอดภัยขององค์กร
Firewall เป็นระบบพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรควบคุมการเชื่อมต่อและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยสามารถนำมาใช้เพื่อเสริมความปลอดภัยของระบบ IT ได้ในหลายด้าน ได้แก่
- ป้องกันการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยการควบคุมและกรอง Traffic ที่เข้าออกเครือข่ายตาม Security Policy ที่กำหนด
- ลดความเสี่ยงจาก Traffic ที่เป็นอันตราย โดยช่วยตรวจสอบและบล็อกการเชื่อมต่อที่ผิดปกติก่อนเข้าสู่ระบบภายในองค์กร
- ช่วยควบคุมการใช้งานเครือข่าย สามารถกำหนดสิทธิ์และ Policy ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานขององค์กร
- สนับสนุนการตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ด้วยการจัดเก็บ Log และข้อมูล Traffic เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังหรือส่งต่อไปวิเคราะห์ร่วมกับระบบ Security อื่น
- รองรับการเชื่อมต่อจากภายนอกอย่างปลอดภัย โดย Firewall บางประเภทสามารถรองรับการใช้งาน VPN สำหรับพนักงานหรือผู้ใช้งานที่ต้องเชื่อมต่อเข้ามาจากภายนอก
- ทำงานร่วมกับระบบ Cybersecurity อื่นได้ เช่น EDR, SIEM, MDR, Endpoint Security และ Email Security เพื่อเสริมการป้องกันให้ครอบคลุมทั้ง Network, Endpoint และช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ
ทำไม Firewall ควรทำงานร่วมกับระบบ Security อื่น
แม้ Firewall จะเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ แต่ภัยคุกคามในปัจจุบันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายช่องทาง ทั้ง Network, Endpoint, Email และพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ดังนั้น การใช้งาน Firewall เพียงระบบเดียวอาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด
องค์กรจึงควรวาง Firewall ให้ทำงานร่วมกับเครื่องมือด้านความปลอดภัยอื่น เช่น EDR สำหรับตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติบน Endpoint, SIEM สำหรับรวบรวมและวิเคราะห์ Log จากหลายระบบ, MDR สำหรับช่วยเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคาม รวมถึง Endpoint Security และ Email Security เพื่อเสริมการป้องกันในแต่ละช่องทาง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
องค์กรจำเป็นต้องมี Firewall หรือไม่?
Firewall ถือเป็นระบบพื้นฐานสำคัญสำหรับองค์กรที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายหรือใช้งานอินเทอร์เน็ต เพราะช่วยตรวจสอบและควบคุม Traffic ที่เข้าออกระบบ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม Firewall ควรทำงานร่วมกับระบบ Security อื่น เพื่อให้การป้องกันครอบคลุมมากขึ้น
Firewall กับ Antivirus ต่างกันอย่างไร และควรมีอันไหนก่อน?
Firewall และ Antivirus ทำหน้าที่แตกต่างกัน โดย Firewall เน้นควบคุมและกรอง Network Traffic ขณะที่ Antivirus เน้นตรวจจับและจัดการไฟล์หรือโปรแกรมที่เป็นอันตรายบนอุปกรณ์ ดังนั้นในระดับองค์กรไม่ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้ร่วมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงในคนละส่วน
Firewall แบบ Hardware และ Software ควรเลือกใช้อย่างไร?
หากองค์กรของคุณมีปริมาณ Traffic สูงและต้องการความเร็วในการประมวลผล Firewall Hardware จะเหมาะสมกว่า แต่หากต้องการความยืดหยุ่นและติดตั้งง่ายในงบประมาณจำกัด Software Firewall จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
Next-Generation Firewall (NGFW) แตกต่างจาก Firewall ทั่วไปอย่างไร?
NGFW รวมความสามารถของ Firewall แบบดั้งเดิมไว้ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามขั้นสูง เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติและควบคุมแอปพลิเคชัน ทำให้ป้องกันภัยคุกคามได้ครอบคลุมกว่า Firewall ทั่วไป
Firewall สามารถป้องกันไวรัสและมัลแวร์ได้ทั้งหมดหรือไม่?
Firewall ช่วยกรอง Traffic ที่มีความเสี่ยง แต่ไม่สามารถตรวจจับ Malware ที่แฝงอยู่ในไฟล์ได้โดยตรง จึงควรใช้มาตรการหลายชั้นร่วมกัน เช่น Endpoint Security, EDR และ Email Security ตามช่องทางความเสี่ยงขององค์กร
วางระบบ Firewall ให้เหมาะกับโครงสร้างและความเสี่ยงขององค์กร ปรึกษาได้ที่ BMSP
Firewall คือระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์พื้นฐานที่ช่วยตรวจสอบ กรอง และควบคุม Traffic เข้าออกเครือข่าย ป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกไม่ให้เข้าถึงระบบไอทีขององค์กร ทั้ง Hardware Firewall, Software Firewall และ Cloud-based Firewall ต่างมีจุดเด่นและข้อจำกัดของตัวเอง และแม้จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ก็ยังต้องอาศัยเครื่องมือด้านความปลอดภัยไซเบอร์อื่น ๆ เสริมเพื่อให้การป้องกันครอบคลุมยิ่งขึ้น
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้ที่ช่วยดูแลระบบความปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร BMSP สามารถช่วยองค์กรประเมินโครงสร้างเครือข่ายและเลือกแนวทาง Firewall ที่เหมาะสม พร้อมออกแบบการทำงานร่วมกับ Cybersecurity Solution อื่นตามระดับความเสี่ยงและรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ หากองค์กรต้องการการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง สามารถเชื่อม Firewall เข้ากับ CSOC เพื่อให้ทีม Security ช่วยตรวจสอบ Alert และตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้เป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้องค์กรมีแนวทางบริหารความปลอดภัยไซเบอร์ที่เหมาะกับระบบ IT และรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
ติดต่อเพื่อสอบถาม ปรึกษา และติดตามได้ที่
- โทร. 02-055-6464
- LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/bmsptech
- Facebook: https://www.facebook.com/BMSPTECH
- Line OA: https://lin.ee/y04uROP
- Youtube: http://www.youtube.com/@BMSPTECH


